เมษายน 20, 2026
อบรมใบขับขี่ออนไลน์

อบรมใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่แล้วและต้องการต่อใบขับขี่ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งอบรมที่กรมการขนส่งทางบกเป็นเวลานานๆ อำนวยความสะดวกสำหรับคนยุคใหม่ สามารถทำได้ง่ายๆด้วยขั้นตอน ดังนี้

1.เข้าสู่เว็บไซต์ www.dlt-elearning.com เพื่อลงทะเบียนอบรมใบขับขี่ออนไลน์

เข้าสู่เว็บไซต์ www.dlt-elearning.com เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกสำหรับให้ผู้ที่ต้องการเข้าอบรมใบขับขี่ออนไลน์ จะมีให้เลือกสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ โดยผลการอบรมออนไลน์จะมีอายุ 6 เดือนนับจากวันที่ผ่านการอบรม

2.กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนอบรมใบขับขี่ออนไลน์

ในส่วนนี้จะเป็นการกรอกข้อมูลของผู้อบรมใบขับขี่เพื่อยืนยันข้อมูลการเข้ารับการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ โดยจะประกอบด้วย  

  • เลขบัตรประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • อีเมล
  • วัน/เดือน/ปีเกิด

3.เลือกประเภทการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ที่ต้องการต่ออายุ

ในส่วนนี้จะเป็นการเลือกประเภทการอบรมใบขับขี่ออนไลน์เพื่อให้ตรงกับใบขับขี่ที่ต้องการต่ออายุ ดังนี้

  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ)
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถขนส่ง
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์) ขาดต่ออายุเกิน 1 ปีขึ้นไป
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว (รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ) สิ้นอายุเกิน 3 ปี

4.ดูวิดีโอการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 2568

ผู้ที่เข้ารับการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ต้องดูวิดีโอในจบตามชั่วโมงที่กำหนด ผู้เข้าอบรมจะไม่สามารถกดข้ามได้และในระหว่างที่ดูวิดีโอจะมีแบบทดสอบให้ทำร่วมด้วย โดยระยะเวลาการดูวิดีโอก็จะขึ้นอยู่กับการต่อใบขับขี่ในแต่ละประเภท ดังนี้

  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ) ระยะเวลาอบรม 1 ชั่วโมง
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถขนส่ง ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ระยะเวลาอบรม 3 ชั่วโมง
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์) ขาดต่ออายุเกิน 1 ปีขึ้นไป ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง และต้องทำแบบทดสอบให้ได้ 90% หรือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ
  • ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว (รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ) สิ้นอายุเกิน 3 ปี ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง และต้องทำแบบทดสอบให้ได้ 90% หรือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ และต้องสอบปฎิบัติให้ผ่านทั้ง 3 ด่าน

5.แบบทดสอบหลังจบการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ 2568

หลังจบการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องทำแบบทดสอบให้ผ่านตามที่กำหนด โดยแบบทดสอบหลังการอบรมจะเป็นแบบทดสอบจากวิดีโอที่ผู้อบรมดูนั้นเอง

6.บันทึกรูปไว้เป็นหลักฐานในการยื่นขอต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งทางบก

เมื่อผ่านการอบรมใบขับขี่ออนไลน์แล้ว ระบบจะแจ้งผลการอบรมและข้อมูลต่างๆ ให้ผู้อบรมบันทึกภาพไว้เพื่อนำไปยื่นขอต่อใบขับขี่ที่ขนส่ง

7.จองคิวผ่านแอป DLT smart queue เข้ารับใบขับขี่ตามวัน-เวลาที่จองคิว

ผู้ขับขี่สามารถจองคิวผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th หรือแอพพลิเคชั่น DLT Smart Queue เพื่อจองคิวล่วงหน้าในการยื่นเอกสารต่างๆเพื่อขอรับใบขับขี่

——————————————————————————————————————–

ถาม – ตอบ ให้หายสงสัย

1.คำถาม สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้กี่เดือน

ตอบ ในการต่อใบขับขี่สามารถทำได้ล่วงหน้าไม่เกิน 180 วัน หรือ 6 เดือน

2.คำถาม ถ้าใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี ต้องทำข้อสอบใหม่ไหม

ตอบ ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ขับขี่สามารถยื่นขอต่อใบขับขี่ที่กรมขนส่งได้ทันที โดยไม่ต้องทำข้อสอบหรือสอบปฏิบัติใหม่

3.คำถาม ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ต้องสอบข้อเขียนและสอบปฎิบัติใหม่ไหม

ตอบ ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ผู้ขับขี่จะต้องเข้ารับการอบรม 2 ชั่วโมง ทดสอบสมรรถภาพร่างกายและต้องทำข้อสอบจำนวน 50 ข้อ ให้ผ่านเกณฑ์ 90 % 

4.คำถาม ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนและสอบปฎิบัติใหม่ไหม

ตอบ ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ผู้ขับขี่จะต้องทำตามขั้นตอนเหมือนกับการทำใบขับขี่ใหม่ โดยการเข้ารับการอบรม ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทำข้อสอบให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดและสอบปฎิบัติให้ผ่าน

5.คำถาม เอกสารที่นำไปยื่นในการต่อใบขับขี่มีอะไรบ้าง

ตอบ เอกสารที่ต้องนำไปยื่นในการต่อใบขับขี่จะประกอบด้วย

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบอนุญาตขับขี่ใบเดิม
  • ใบรับรองแพทย์
  • หลักฐานการจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์
  • หลักฐานผ่านการอบรมใบขับขี่ออนไลน์
  • ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 225 บาท

ขั้นตอนง่ายๆในการต่อใบขับขี่เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อม อบรมใบขับขี่ออนไลน์ให้เรียบร้อย เท่านี้ก็สามารถต่อใบขับขี่ได้ง่ายๆแบบรวดเร็วทันใจแล้ว รีบเช็คใบขับขี่โดยด่วน อย่าปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุโดยเด็ดขาด

ที่มา : กรมการขนส่งทางบก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *