เมษายน 20, 2026
Mitsubishi Grandis_11zon

Mitsubishi Grandis กลับมาอีกครั้งในรูปแบบ SUV รุ่นใหม่ที่เน้นการออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางมาพร้อมขุมพลัง Hybrid สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งจะถูกผลิตขึ้นที่โรงงาน Renault ในเมืองบายาโดลิด ประเทศสเปน

โดย Mitsubishi Grandis รถ SUV ขนาดกะทัดรัดที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMF-B จากผู้ผลิต Renault ที่เป็นพันธมิตรของ Mitsubishi Motors ซึ่งนับเป็นผลงานที่ต่อจากการเปิดตัว ASX และ Colt ในยุโรปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

การออกแบบตัวรถ

Mitsubishi Grandis รถเอสยูวีรุ่นใหม่ที่มาพร้อมการดีไซต์ด้านหน้าสไตล์ Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Mitsubishi Motors มาพร้อมการติดตั้งกระจังหน้าสีดำเงาตัดกับเส้นสายสีเงินได้อย่างลงตัว การออกแบบหลังคาให้มีความพลิ้วไหวไปทางด้านหลัง ด้านท้ายตัวรถถูกออกแบบสไตล์ Sculptural Hexagon เผยให้เห็นถึงลวดลายหกเหลี่ยมที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งควบคู่กับการออกแบบไฟท้ายแบบผสมผสานแนวนอนเพิ่มความมีมิติและทันสมัย รวมไปถึงการติดตั้งล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้วลายใหม่ที่ช่วยเพิ่มความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ภายในห้องโดยสารมีขนาดพื้นที่ภายในกว้างขวางและการจัดวางเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งที่เน้นพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่ามากที่สุด มาพร้อมหลังคากระจกพาโนรามิกพร้อมฟังก์ชันปรับแสงอัตโนมัติที่สามารถปรับแบบโปร่งแสงและแบบบังแดดได้ตามต้องการ, หน้าจอ SDA ขนาด 10.4 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ ขั้นสูงด้วย Google Built-in และ Google Assistant, Google Maps สามารถนำทางและแสดงข้อมูลการจราจรได้แบบเรียลไทม์และ Google Play แหล่งรวมแอพพลิเคชันมากกว่า 100 แอพ , รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto และแอพพลิเคชัน Mitsubishi Motors สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆของรถและควบคุมรถระยะไกลเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น Mitsubishi Grandis ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ขนาด 434 ลิตร สามารถขยายได้มากถึง 566 ลิตรเมื่อเลื่อนเบาะไปด้านหน้าและสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,455 ลิตรเมื่อพับเบาะ

ระบบความปลอดภัย

นอกจากนั้น Mitsubishi Grandis ยังมาพร้อมรับบความปลอดภัยที่ครบครันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง ดังนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบ Stop & Go
  • ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง (AVM)
  • MI-PILOT 
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบเตือนจุดบอด (BSW)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมระบบจำกัดความเร็ว
  • การเตือนระยะห่าง
  • ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ (DAM)
  • ระบบช่วยควบคุมเลนฉุกเฉิน (ELA)
  • ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (FCM)
  • ระบบช่วยความเร็วอัจฉริยะ (ISA)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LCA)(ใช้ได้เฉพาะกับระบบ AT/HEV)
  • ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบช่วยออกจากห้องโดยสารอย่างปลอดภัย (OSEA)
  • ระบบช่วยจอด (มีเฉพาะ AT/HEV)
  • เซ็นเซอร์ที่จอดรถ
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง (AEB)
  • ระบบเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (RCTA)
  • กล้องมองหลัง (RVC)

ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน

รุ่น MHEV

เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร เทอร์โบ ให้พละกำลัง 103 kW ส่งกำลังผ่านเกียร์ร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 จังหวะ

รุ่น HEV

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร เทอร์โบ ให้พละกำลัง 115 kW ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พ่วงแบตเตอรี่ ความจุ 1.4 kWh และระบบเกียร์แบบ Multi-mode ที่ปรับเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติตามสภาพถนนมาพร้อมโหมดการขับขี่ EV Mode ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% และโหมดการขับขี่ Hybrid Mode ผสานกำลังทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ Regenerative Mode ชาร์จพลังงานกลับขณะเบรกเป็นหลัก E-Save Mode สามารถกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ที่ 40% ขึ้นไป ในแบตเตอรี่เพื่อใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการการเสริมแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้า

ที่มา: Mitsubishi

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *