
All NEW Nissan LEAF เจเนอเรชั่นที่ 3 รถยนต์ไฟฟ้า100% เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก ก่อนจะมีแผนทำตลาดในสหรัฐอเมริกา, ยุโรป,อังกฤษ,ญี่ปุ่นและรวมถึงประเทศไทย ผลิตที่โรงงาน Tochigi ประเทศญี่ปุ่น และ โรงงาน Sunderland ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ




สำหรับ All NEW Nissan LEAF เจเนอเรชั่นที่ 3 กลับมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ถูกแปลงโฉมจากรูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตู ให้กลายเป็น SUV ไฟฟ้ายุคใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐาน CMF-EV platform ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Timeless Japanese Futurism” สื่อถึงเส้นสายตัวรถที่มีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยลวดลายเรขาคณิตเฉพาะที่เรียกว่า “ni-san” ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งลวดลายดังกล่าวจะประกอบไปด้วยรูปสี่เหลี่ยมแนวตั้งสองช่องและแนวนอนสามช่องและเมื่อนำมาออกเสียงแบบภาษาญี่ปุ่นจะได้คำว่า “นิสสัน”






Nissan LEA ขนาด มิติตัวถัง
- ยาว 4,405 มม.
- กว้าง 1,810 มม.
- สูง 1,557 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,690 มม.
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 437 ลิตร


Nissan LEA ขุมพลัง
เทคโนโลยี 3-in-1 EV ทำงานผสานกันระหว่าง Motor, Inverter และ Reduction Gear
- Standard Range มอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 345 นิวตัน-เมตร พ่วงแบตเตอรี่ ความจุ 52.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
- Long Range มอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 355 นิวตัน-เมตร พ่วงแบตเตอรี่ ความจุ 75.1 kWh ความเร็วสูงสุด Top Speed 160 กม./ชม. ระยะทางการขับขี่ 600 กม. (NEDC) ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
Nissan LEA การชาร์จไฟ
- หัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo (สำหรับในยุโรป ,ไทย) / หัวชาร์จ CHAdeMO (ในญี่ปุ่น) / หัวชาร์จ NACS (อเมริกา)
- รองรับการชาร์จกระแสตรง DC Fast Charge สูงสุด 150 kW
- ชาร์จ DC Fast Charge จาก 10 – 80% ภายใน 35 นาที
- พร้อมระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก สูงสุด 3.7 kW














การออกแบบตัวรถ
ในด้านการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่มาพร้อมการติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ทรงแหลมประกบเข้าหากันพร้อมไฟหน้า lightbar พาดยาวเต็มความกว้าง, โลโก้ Nissan เรืองแสง, มือจับประตูแบบพับเก็บได้, ไฟท้ายแบบ 3D Hologram, ล้ออัลลอย ขนาด 18 – 19 นิ้ว รัดด้วยยาง Bridgestone ALENZA SPORT A/S และการออกแบบหลังคาแบบฟาสต์แบ็กลาดเอียงที่ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.26
ในขณะที่ภายในห้องโดยสารเน้นการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง ตกแต่งด้วยไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Ligth ปรับได้มากถึง 64 สี มาพร้อมการติดตั้งหน้าจอคู่ ขนาด 12.3 นิ้ว และ 14.3 นิ้ว (ในแต่ละรุ่นย่อย), ติดตั้ง Google Built-in : Google MAPS ,รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ,แท่นชาร์จแบบไร้สาย , ช่อง USB-C, ระบบเสียง Bose ลำโพง 10 ตำแหน่ง และหลังคากระจก Panoramic Roof พร้อมม่านหลังคาไฟฟ้าแบบปรับความทึบ Infrared Adjustable Transparency














ระบบความปลอดภัย
นอกจากนั้น Nissan LEA ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPILOT, ฟังก์ชั่นแสดงภาพ ฝากระโปรงหน้าแบบโปร่งแสงและภาพมุมกว้าง, ระบบช่วยควบคุมจุดบอด, ระบบชะลอความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Distance Controlและกล้องรอบคัน 3D Intelligent Around View Monitor เป็นต้น



ทั้งนี้ Nissan LEA ยังไม่เปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าราคาจำหน่ายจะเป็นราคาที่สามารถเข้าถึงได้ อย่างไรก็คงต้องรอลุ้นกันเร็วๆนี้ ว่าราคาจำหน่ายจะเป็นไปตามที่ใครหลายๆคนคาดการณ์ไว้หรือไม่
ที่มา : caranddriver