เมษายน 20, 2026
Suzuki Fronx_11zon

All New Suzuki Fronx รถเอสยูวีขนาด B- Segment แบบ 5 ที่นั่ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในอินโดนีเซีย ทั้งขุมพลัง 1.5N/A และขุมพลัง Mild Hybrid มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย เคาะราคาเริ่มต้นอยู่ที่  259,000,000 – 319,000,000 รูเปียห์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.18 – 6.4 แสนบาท ดังนี้

Suzuki Fronx 1.5N/A

  • Suzuki FRONX GL 5MT ราคา 259,000,000 รูเปียห์ (ประมาณ 518,000 บาท)
  • Suzuki FRONX GL 4AT ราคา 271,000,000 รูเปียห์ (ประมาณ 542,000 บาท)

Suzuki Fronx Mild Hybrid

  • Suzuki FRONX GX 5MT ราคา 276,000,000 รูเปียห์ (ประมาณ 552,000 บาท)
  • Suzuki FRONX GX 6AT ราคา 293,900,000 รูเปียห์ (ประมาณ 588,000 บาท)
  • Suzuki FRONX SGX 6AT ราคา 319,900,000 รูเปียห์ (ประมาณ 640,000 บาท)

Suzuki Fronx ขนาด มิติตัวถัง

  • ยาว 3,995 มม.
  • กว้าง 1,765 มม.
  • สูง 1,550 มม.
  • ระยะฐานล้อ wheelbase 2,520 มม.
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 170 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 ม.
  • น้ำหนักตัวรถ 975 – 1,040 กก. (ในแต่ละรุ่นย่อย)
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 304 ลิตร 
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย เมื่อพับเบาะ 1,009 ลิตร 
  • ความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร

Suzuki Fronx เครื่องยนต์

ขุมพลัง 1.5N/A

เครื่องยนต์เบนซิน K15B 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 74.0 x 85.0 อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า

ขุมพลัง Mild Hybrid 

เครื่องยนต์ K15C 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลัง 101 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า WA06A ให้พละกำลัง 3.1 แรงม้า ที่ 800 – 1,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 100 รอบต่อนาที มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า 

นอกจากนั้น Suzuki Fronx ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง ด้านหน้า แบบ MacPherson Strut และ ด้านหลัง แบบ Torsion Beam

จุดเด่นของ Suzuki Fronx เวอร์ชั่นอินโดนีเซีย

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก

  • กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยมขนาดใหญ่
  • ชุดไฟหน้าแยกส่วน แบบ LED
  • ไฟท้าย แบบ LED
  • ระบบเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 16 นิ้ว (ในรุ่น SGX)
  • ล้ออัลลอยทูโทนปัดเงา ขนาด 16 นิ้ว (ในรุ่น GX และ GL)
  • ยาง Goodyear Assurance TripleMax ขนาด 195/60 R16
  • คิ้วซุ้มล้อสีดำ
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ราวหลังคา Roof Rail แบบ Built-in

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน

  • ภายในห้องโดยสารสีทูโทน ดำ – น้ำตาล
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอ MID ขนาด 4.2 นิ้ว
  • หน้าจอ Touchscreen ขนาด 9 นิ้ว
  • รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display
  • แท่นชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger
  • ช่อง USB Type A / Type C
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัด ปรับได้ 4 ทิศทาง
  • แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์และวัสดุผ้า
  • ระบบทำความร้อนทุกที่นั่ง
  • เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • เซนเซอร์ถอยหลัง
  • กระจกแบบกันแสง UV
  • ระบบเตือนเข็มขัดนิรภัย
  • ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบเตือนความเร็วสูง
  • ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist – LKA
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitoring
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน Adaptive Cruise Control – ACC Stop & Go
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Suzuki Safety Support – ADAS เป็นต้น

Suzuki Fronx เวอร์ชั่นอินโดนีเซียมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ดังนี้

  • สีขาว Pearl Snow White
  • สีดำ Cool Black Metallic
  • สีครีม Savana Ivory
  • สีเทา Metallic Magma Grey
  • สีน้ำเงิน – หลังคาดำ Ice Grayish Blue Pearl Metallic – Black
  • สีขาว – หลังคาดำ Pearl Snow White – Black
  • สีครีม – หลังคาดำ Savana Ivory Metallic – Black

Cr.autolifethailand

ทั้งนี้ Suzuki Fronx จะเข้ามาทำตลาดที่ไทยในช่วงเดือนกันยายน 2025 นี้ ด้วยการจัดวางตำแหน่งเป็น B-SUV ราคาประหยัด คาดมาทั้งขุมพลัง ทั้งขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปล้วน ICE และขุมพลัง Mild Hybrid ส่วนราคาเปิดตัวคงต้องรอลุ้นกันเร็วๆนี้ว่าจะคุ้มกับที่ใครหลายๆคนรอคอยหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *