Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

ฮอนด้าประเทศไทยจำกัด ได้มีการเปิดตัว Honda City Generation ที่ 4 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี่โลกแห่งความฝัน ที่รองรับเชื่อเพลิง E85 โดยมีการพัฒนาแนวคิดมาจาก Advanced Cool Stunner  ที่เน้นการออกแบบทั้งภายในและภายนอก มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่า จะมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 60,000 คันภายในหนึ่งปี

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

 

คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกา รองประธานอาวุะโส บริษัท ฮอนด้า ออโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวรายงานว่า “ฮอนด้าซิตี้ ได้มีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2539 และได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย มาจวบจนถึงปัจจุบัน มียอดสะสมรวม 480,000 กว่าคัน ถือส่าเป็นความสำคัญของความสำเร็จของออนด้าในปีทีผ่านมา”

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

 

โดย ฮอนด้า ซิตี้ ในเจนเนอเรชั่นที่ 4 นี้ ได้ทีการพัฒนามาจากรถรุ่นที่ผ่านมา เพื่อให้มีความเพียบพร้อมในทุกๆ การขับขี่ “ผมมั่นใจว่า ฮอนด้าซิตี้นี้ จะเป็นยนตกรรมใหม่ ที่เกินกว่าความเป็น ซับคอมแพ็คท์ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กล่าวโดย คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกา

ในส่วนของการสื่อสารการตลาด ฮอนด้าวิตี้นี้ ก็ได้มีการโฆษณาภายใต้แนวคิด Be Your Best ที่สะท้อนถึงจุดเด่นของรถยนต์ พร้อมทั้งการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา  เพื่อให้ก้าวไปยังเป้าหมายในชีวิตอีกขั้นหนึ่ง มีสะท้อนบุคคลิกต่างๆ ของลูกค้า โดยภาพยนต์โฆษณาทีเริ่มออกอากาศวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมานี่เอง

 

ด้านการออกแบบและพละกำลัง

New City เป็นการออกแบบใต้แนวคิดใหม่ ซึ่งเรียกว่า Exciting H Design ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจาก Man maximum Machine เป็นแนวที่สะท้อนออกมาได้เป็น 3 องประกอบหลักๆ อย่างแรกคือ High Tech นวัตกรรมล้ำสมัยแต่ใช้งานง่าย อย่างที่สอง  High Tension โครงสร้างแสดงถึงหลักในการเคลื่อนไหว และอย่างที่ 3 High Touch ซึ่งทุกการออกแบบ เพื่อคำนึงถึงการตอบสนองทั้ง 5 ของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

New City ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC ที่มห้กำลังสูงสุดถึง 117 แรงม้า ที่ความเร็วรอบ  6,000รอบ/นาที โดยมีแรงบิดอยู่ที่ 14.8 กิโลเมตร ที่ความเร็วรอบ  4,700 รอบ/นาที ส่งผ่านไปยังเกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้ได้ออกแบบมาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams เพื่อประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยทดอัตราของเกียร์ว่างขึ้น พร้อมกับระบบ G-Design Shift ที่ตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถที่จะเลือกใช้เชื้อเพลิง E85 ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น

New City ยังมีมาพร้อมระบบ ECO Coaching ที่ช่วยควบคุมเครื่องยนต์ให้ได้ใช้พลังงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  โดยจะมีการปรับการทำงานของเครื่องยนต์ต่างๆ ให้สำพันธ์กันในขณะใช้งานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมระบบการทำงานของระบบอากาศ พร้อมทั้งระบบหมุนเวียนของห้องโดยสาร ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายนอกมากยิ่งขึ้น

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

ห้องโดยสาร

ห้องโดยสาร มีการพัฒนาภายใต้แนวคิด Layered Floating Cockpit ที่เน้นภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา ออกแนวสปอร์ตๆ และมีการใช้งานที่ให้ความสะดวกสะสบายกับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยจะมีคอนโซลหน้าเชื่อมคอนโซนกลางแบบ T-Zone เพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับห้องผู้โดยสารด้านหลังมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ New City ยังมีได้มีการออกแบบให้พื้นที่หัวไหล่มีขนาดเพิ่มขึ้นถึง 40 มม. และเพิ่มด้านหลังอีก 60 มม. นอกจากนี้แล้ว รุ่น SV และ SV+ ยังสามารถปรับและพับเบาะได้แบบ 60:40 ทำให้ได้องศาในการเอนเบาะที่ได้องศามากขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว เรียกได้ว่า เพื่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารและผู้ขับขี่ได้สบายมากยิ่งขึ้นเลยทีดียว

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

 

New city รุ่น V+, SV มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในหองผู้โดยสาร ที่มาพร้อมกับหน้าจอทัชกรีนขนาด 7 นิ้ว Advanced Touch ที่สามารถเชื่อมต่อกับสาร์ทโฟนได้ นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียง Siri Eye Free Mode สำหรับ iphone 4s ขึ้นไป แต่จะมีเพียงแค่สมาร์ทโฟนบางรุ่น ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อ HondaLink App

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จะมีให้ในรุ่น V+, SV และรุ่น SV+ มีมาตรวัดเรื่องแสง ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ MID เพื่อให้ผู้ขับมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน , ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push Ighition System และระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ Smart Key System เพื่อความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

ส่วนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน แยกไปตามรุ่นต่างๆ โดยรุ่น V+, Sv และ SV+ จะมีตัวควบคุมเสียง และปุ่มรับ/วางสายโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ส่วนรุ่น SV และ SV+ จะมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 จังหวะ ที่สามารถให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติให้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

 

ความปลอดภัย 

มาตรฐานความปลอดภัย ยังคงความโดดเด่นที่ตัวสร้างถุงลมนิรภัย G-CON ที่สามารถปกป้องผู้โดยสารในการชนในทุกทิศทุกทาง ให้คุณได้มั่นใจในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบต่างๆ ที่จะเสริมความมั่นใจให้คุณได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรค ABS, ระบบกระจายแรงเบรค EBO, ระบบควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติในขณะที่เบรคกระทันหัน ESS และจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX&Child Anchor

ไม่เพียงเท่านี้ ยังเสริมความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ที่ประกอบไปด้วย ถุงลมคู่หน้า Dual SRS, ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag และถุงลมนิรภัยด้านข้าง Side Curtain Airbag ซึ่งจะมีในเฉพาะรุ่น SV+ เท่านั้น นอกจานี้ ในรุ่น V+, SV และ SV+ ยังมีกล้องมองหลังที่สามารถปรับระดับได้ 3 ระดับ คือ 130 องศา, 180 องศา และมองจากด้านบน ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการถอยรถมากยิ่งขึ้น

 

Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4
Honda City 2014 ความสำเร็จอีกขั้นที่สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ ใน Generation ที่ 4

 

ราคาจำหน่าย

New Honda City ได้มีการแบ่งจำหน่ายเป็นรุ่นย่อย 6 รุ่น คือ S MT, S AT, V, V+, SV และ SV+ ส่วนสีภายนอก มีให้เลือกด้วยกันอยู่ 7 สี คือ เทาเมทัลลิค Modern Steel, แดงมุก Carnellian, ดำมุก Crystal, เงินเมทัลลิค Alabaster, ขาว Taffeta พร้อม 2 สีที่มาใหม่ ให้คุณได้มีตัวเลือกมายิ่งขึ้น คือ น้ำเงินเมทัลลิค Brillant Sporty และ น้ำตาลเมทัลลิค Golden Brown สำหรับรุ่น S, V และ V+ จะมีการตกแต่งสีห้องภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้แล้ว ยังมีการตกแต่งด้วยเบาะสีเบจ ส่วนรุ่น SV และ SV+ จะตกแต่งด้วยเบาะสีดำ

ในส่วนของราคา Honda City มีราคาในแต่ละรุ่นดังนี้

  • Honda City S MT  ราคาจำหน่าย 550,000 บาท
  • Honda City S AT   ราคาจำหน่าย 589,000 บาท
  • Honda City V         ราคาจำหน่าย 649,000 บาท
  • Honda City V+      ราคาจำหน่าย 689,000 บาท
  • Honda City SV       ราคาจำหน่าย 734,000 บาท
  • Honda City SV+    ราคาจำหน่าย 749,000 บาท

 

สำหรับผู้ที่ต้องการสีเมทัลลิกเพิ่ม 2,000 บาท และสีมุกเพิ่ม 8,000 บาท

 

คุณคิดอย่างไร โปรดคอมเมนต์

comments

Copyright © 2017. All rights reserved.